|
บ้านเรียนแห่งรักและความสุข
บ้านเรียน ณ ศิลป์
Nasilp Kindergarten and Nursery
561 ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
บ้านเรียน ณ ศิลป์ มุ่งหมายให้เด็กได้รับการศึกษาอย่างทั่วด้านและสมดุล พัฒนาทั้งกาย ใจ และปัญญา เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุขและมีทักษะพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายของชีวิตและโลกในอนาคต มีความกล้าหาญและรับผิดชอบ มั่นใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยมือของตนเอง
ด้วยความมุ่งหมายดังกล่าว บ้านเรียน ณ ศิลป์ ได้นำหลักการศึกษาวอลดอร์ฟ ตามปรัชญาของรูดอร์ฟ สไตเนอร์ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน โดยการศึกษาวอลดอร์ฟได้รับการพัฒนาบนรากฐานประสบการณ์นานกว่า 90 ปี เป็นแนวทางการศึกษาที่มีการนำไปใช้ในประเทศต่าง ๆ ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก มีหัวใจสำคัญคือความเชื่อมั่นว่าคุณค่าอันล้ำลึกและเป็นสากลของมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ เมื่อการศึกษานำมาซึ่งความสมดุลระหว่างความสามารถในการคิด ความรู้สึก และพลังเจตจำนงซึ่งดำรงอยู่ในตัวเด็กแต่ละคน วิธีให้การศึกษาและการเรียนรู้จึงเป็นไปอย่างสอดคล้องและเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตขึ้นเป็นมนุษย์ผู้สร้างสรรค์ มีความคิดที่กระจ่างชัดพร้อมกับการรู้จักโลกและรู้จักตนเอง
บ้านเรียน ณ ศิลป์ ดำเนินงานโดยเน้นความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันระหว่าง ครู ผู้ปกครองและกรรมการดำเนินงาน เพื่อให้การศึกษาและการพัฒนาเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราเชื่อว่าการให้การศึกษาที่มีคุณภาพย่อมไม่แยกส่วนจากครอบครัว พ่อแม่ซึ่งเป็นครูคนแรกของลูก ย่อมมีความสำคัญมากที่สุดในชีวิตของเด็ก เราคาดหวังถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันถึงทัศนคติ แนวคิดทางการศึกษา และวิธีการเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว เพื่อการทำงานร่วมกันในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ต่อไป
แนวทางการดำเนินงานของบ้านเรียน ณ ศิลป์
1. ยินดีต้อนรับเด็กจากทุกสถานะของครอบครัว ไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา และเศรษฐานะ
2. ดำเนินงานบริหารโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยตัวแทนครู ผู้ปกครอง และผู้ก่อตั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในการดำเนินงานคือ เพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กเป็นอันดับแรก ดังนั้นบ้านเรียน ณ ศิลป์ เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรเชิงธุรกิจ (non profit organization)
3. ส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้ในแนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟเพื่อไปประยุกต์ใช้ในครอบครัวและสร้างความเข้าใจในการดูแลบุตรหลานของตน
4. ครูมีฐานะเป็นดั่งญาติมิตรของครอบครัว นอกเหนือไปจากพ่อแม่หรือบุคคลในบ้านแล้ว ครูคือบุคคลที่สามที่เด็กจะสามารถให้ความไว้วางใจและมีความสัมพันธ์อันอบอุ่นด้วย สิ่งนี้นำไปสู่ความสามารถที่ครูจะนำพาเด็กไปมีประสบการณ์ต่างๆในระหว่างที่อยู่ในชั้นอนุบาล
5. การจัดการศึกษาเป็นแบบคละอายุ คือมีเด็กอายุ 3.6 จนถึง 6 ขวบอยู่ในห้องอนุบาลเดียวกัน เพื่อให้โอกาสแก่เด็กเล็กได้สามารถเรียนรู้เลียนแบบจากพี่คนโต และพี่คนโตก็สามารถแบ่งปันความคล่องแคล่วและความสามารถของเขาเพื่อดูแลน้องๆได้
6.ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ดี มีประโยชน์ สด สะอาด และถ้าเลือกได้ก็จะเป็นอาหารที่มาจากเกษตรอินทรีย์ เพราะตระหนักว่าร่างกายของเด็กในช่วงวัยเจ็ดปีแรกของชีวิตนั้น มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการดูแลด้านอาหารและโภชนาการที่ดี เราไม่ส่งเสริมให้เด็กบริโภคน้ำตาลในรูปของขนมสำเร็จรูปจากโรงงานหรือขนมขบเคี้ยวหรือนมกล่องยูเอชที เราได้จัดน้ำนมถั่วเหลืองและผลไม้ตามฤดูกาลให้เด็กได้บริโภคในช่วงพัก
7. ลักษณะการจัดการเรียนการสอนในห้องอนุบาล
มีงานวิจัยและการศึกษาในปัจจุบันที่ทำให้เห็นว่า วิธีการเรียนรู้โลกของเด็กในช่วงเจ็ดปีแรกของชีวิตคือ การเลียนแบบ ซึ่งเด็กสามารถซึมซับเลียนแบบสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นเด็กก็อยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ดินแดนแห่งความฝันที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริงได้
ดังนั้นการพัฒนาการศึกษาของเด็กปฐมวัยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสองสิ่งนี้ คือ การเลียนแบบ และพลังจินตนาการ ในห้องอนุบาลของ บ้านเรียน ณ ศิลป์ จึงไม่มีการเขียน อ่าน หรือ คำนวณตัวเลข งเดียวกันคือ เด็กเล็กควรได้เล่นึกษา ที่ต้องให้เด็กตัวเล็กๆ นั่งประจำที่เป็นเวลานานๆเพื่อคัดลายมือ เรียนตัวเลข ตัวหนังสือขณะที่การประสานสายตาและมือยังไม่พร้อมที่จะโฟกัสขนาดนั้น แต่เราได้ส่งเสริมให้เด็กได้เล่น และเลียนแบบจากการทำงานของครู เด็กๆได้รับการส่งเสริมให้มีโอกาสได้เคลื่อนไหวมือ แขน ขา ผ่านการเล่น การเรียนรู้กับกิจกรรมประจำวัน การทำงานศิลปะเช่นระบายสีน้ำ วาดรูปสีเทียน ปั้นขี้ผึ้ง เป็นต้น เด็กยังได้รับอาหารทางใจและเป็นการบ่มเพาะจินตนาการและปลูกฝังคุณค่าจริยธรรมที่เหมาะสมกับวัยของเด็กผ่านการเล่านิทานในทุกๆวัน
บทความที่เกี่ยวข้อง Want to get your kids into college? Let them play
8. บ้านเรียน ณ ศิลป์ ไม่สนับสนุนให้เด็กดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ก่อนชั้นมัธยมปลาย เนื่องจากโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างร้ายแรง ทั้งการทำลายจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ผลกระทบต่อการพัฒนาสมองและปัญหาการพูด ตลอดจนการปลูกฝังทัศนะบริโภคนิยม วัตถุนิยมให้กับเด็ก และทำให้เด็กมีความตื่นตัวในเรื่องเพศก่อนวัยอันควร เราเน้นการรักษาวัยเด็กไว้กับเด็ก ไม่เร่งรัดให้เด็กรีบโตและก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ก่อนเวลา เพื่อให้เด็กมีชีวิตที่สดใส รักษาความบริสุทธิ์และจินตนาการในวัยเด็กไว้ให้นานที่สุด
9. บ้านเรียน ณ ศิลป์ สนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้เล่นของเล่นจากธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ ตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติที่เกื้อกูลชีวิตมนุษย์ เด็ก ๆ จะได้เข้าร่วมงานเทศกาลที่คุณครูจัดขึ้นในรอบฤดูกาลต่าง ๆ เพื่อให้เด็กซึมซับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นจังหวะของธรรมชาติ และเข้าถึงความหมายที่ลึกซึ้งของเทศกาลและประเพณีต่าง ๆ ที่สำคัญ
ระเบียบการ และ การรับมัคร => ที่นี่
http://www.nasilp.com/index.php?option=com_content&view=article&id=9&Itemid=5

|